งานเมื่อสามปีที่แล้ว

posted on 30 Dec 2012 13:17 by lazie-style
 
 
 
เท่าที่จำความได้
จำได้ว่าเคยอยากเป็นนักเขียน
แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้เขียนอะไรเท่าไหร่
จนกระทั่งไปเจองานตัวเองเมื่อสามปีก่อน
 
แอบอายตัวเองตอนม.3 นะเนี่ย
อีกไม่กี่เดือนจะจบม.6แล้ว
 
ฉันทำอะไรอยู่
 
 
 
เสียง
 
“....."

ผมเป็นเพียงคนๆนึง ที่นั่งอยู่ริมถนนแห่งนี้
ชีวิตประจำวันของผมคือการมองดูคนเดินไปมา
และบางครั้ง คนเหล่านั้นก็มักจะโยนเศษเงินของพวกเขาลงในหมวกของผม
 ครับ ผมเป็นขอทาน
 
ความจริงผมไม่ได้เป็นขอทานมาตั้งแต่เกิดหรอก
ผมเกิดมามีอวัยวะครบ32 เหมือนคนทั่วไป เป็นเด็กผู้ชายที่มีร่างกายที่เกือบสมบูรณ์
ผมมีความสุขมากที่ได้เกิดมาในครอบครัวระดับปานกลางทีอบอุ่น
และผมชอบที่จะนั่งดูพ่อกับแม่พูดคุยกัน เลี้ยงดูผมเหมือนเด็กปกติทั่วไป
 
แต่บางครั้ง ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเขาพูดอะไรกัน
 
ครับ ผมเป็นขอทาน ที่อยู่ในโลกที่ไร้เสียง
 
 
ผมไม่เข้าใจเลย
ในเมื่อที่ผมก็มีหูเหมือนคนทั่วไปแต่ทำไมหูของผมถึงไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยแม้แต่น้อย
 
ทำไมอวัยวะของผมถึงใช้การไม่ได้
 
ผมไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้รู้ว่าใครคิดยังไงกับผม
ไม่มีโอกาสที่จะรับรู้ว่าเสียงนกร้องมันเป็นยังไง
ไม่มีโอกาสที่จะได้ฟังเพลงอันไพเราะ
 
และแน่นอนว่าการสื่อสารของผมนั้นมันเงียบสนิท
แค่เสียงลมหายใจของตัวเองผมยังไม่ได้ยินเลย
 
 
และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ผมมานั่งอยู่ริมถนนแบบนี้
 
ตอนแรกผมก็ไม่ได้น้อยใจหรอกนะที่เกิดมาเป็นแบบนี้
รู้สึกดีใจเสียอีกที่ได้อยู่ในโลกเงียบๆแห่งนี้
 
ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะมีโอกาสได้นั่งท่ามกลางผู้คนมากมายแต่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
 
 
ผมว่าถ้าเกิดว่าผมได้เกิดมาเป็นคนหูปกติผมคงจะทนอยู่บนโลกนี้ไม่ไหวแน่ๆ
เพราะถึงผมเป็นแค่ขอทานหูหนวก
แต่ผมก็พอรู้ว่าโลกนี้มันวุ่นวายแค่ไหนโชคดีที่ตาผมยังไม่บอด
 
แต่แค่ได้เห็นเพียงอย่างเดียวผมยังรำคาญเลย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง เรื่องซุบซิบนินทาต่างๆนาๆ ทั้งพวกเสียงโหยหวนเสียงของรถน่ารำคาญ
 
มันคงจะน่าเบื่อไม่น้อยถ้าต้องได้ยินเสียงพวกนี้ทุกๆวัน
 
 
 
ในตอนนี้ พวกคุณคงอิจฉาผมแล้วล่ะสิ..
 
แต่เชื่อผมเถอะพวกคุณคงไม่อยากเป็นแบบผมหรอก
เพราะถ้าเกิดว่าโลกที่ไร้เสียงของผมมันดีนักละก็ผมก็คงมีชีวิตที่ดีกว่านี้
คงไม่มาเป็นขอทานแบบนี้หรอก จริงไหม
 
ความจริงแล้ว ก่อนที่ผมจะมาเป็นขอทานไร้อนาคตแบบนี้ผมก็เคยทำงานอยู่เหมือนกัน
แต่มันก็แค่งานเล็กๆน้อยๆที่คนพิการอย่างผมจะพอทำได้เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปสนใจมันหรอก
ก็แค่อยากให้รู้ว่าขอทานบางคนน่ะ
ไม่ได้สิ้นคิดหรือขี้เกียจสันหลังยาวเสมอไปหรอก
เพียงแค่เขาอาจมีเหตุผลบางอย่างเท่านั้นเอง
 
 
ถ้าผมจำไม่ผิด
ในช่วงที่ผมยังเป็นนักเรียนอยู่นั้นอาจารย์ได้บอกกับคนพิการอย่างผมและเพื่อนเสมอว่า
“อย่าโทษที่ตัวเองเกิดมาพิการคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราก็เลือกที่จะเป็นคนดีเหมือนกับคนปกติได้”
และผมก็เชื่อแบบนั้น ถึงแม้ว่าในตอนนี้ผมจะล้มเลิกความตั้งใจนั้นไปแล้วก็ตาม
 
 
 
ตอนเด็กๆ
ผมพยายามตั้งใจเรียนเหมือนคนทั่วไป
เพราะผมเชื่อว่าผมก็สามารถเรียนดีได้เหมือนกับคนที่มีร่างกายสมบูรณ์
 
 
 
ผมยังเคยตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้ด้วยว่าโตขึ้นผมจะต้องเป็นนักเขียน
 
ในเมื่อผมไม่สามารถสื่อสารกับคนอื่นผ่านทางเสียงได้
ผมก็จะสื่อสารกับพวกเขาเหล่านั้นผ่านทางตัวอักษรนี่แหละ
ถึงแม้มันจะแสดงความรู้สึกได้ไม่เต็มที่เท่าเสียง
และคนที่ได้รับรู้คงจะไม่ได้รู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของผม
แต่มันก็เป็นเพียงทางเลือกเดียวที่จะทำให้ผมสื่อสารกับคนอื่นๆ ได้
 
 
 
 
น่าเสียดาย ที่เด็กพิการคนนั้น ต้องกลายมาเป็นขอทานในวันนี้
 
 
 
ถึงแม้ผมจะเคยนึกน้อยใจบ้างว่าทำไมผมต้องเกิดมาพิการ
และไม่ได้มีโอกาสได้สัมผัสกับสิ่งที่คนอื่นเรียกว่า “เสียง”
แต่อย่างน้อยผมก็ยังเคยมีความหวัง
 
ว่าสักวัน ผมอาจจะได้สัมผัสกับสิ่งๆนั้น เหมือนกับคนอื่นๆบ้าง
 
 
ผมก็แค่อยากลองได้ยินเสียงหลายๆเสียงรอบๆตัวของผม..
ไม่ว่าเสียงมันจะเป็นอย่างไรก็ตาม
 
ผมว่ามันก็คุ้มค่านะ
 
แค่เสียงเล็กๆน้อยๆ
เพราะในชีวิตผมไม่เคยได้ยินเสียงอะไรเลย
แม้แต่เสียงบ่นเสียงดุด่าว่ากล่าวตักเตือนต่างๆ ที่ผมไม่เคยรับรู้
เสียงของคนชื่นชมยกย่อง หรือแม้แต่นินทา..
 
เพียงแค่ได้ยินเสียงเหล่านั้นสักครั้งมันก็เพียงพอแล้วสำหรับชีวิตของคนพิการอย่างผม
 
 
การที่อยู่ในโลกเงียบๆ แบบนี้
ผมรู้ว่าคนบางคนก็คงอิจฉาผมที่ผมไม่ต้องได้ยินเสียงบ่น เสียงด่า สารพัด..
แต่ผมว่าพวกเขาโชคดีแล้วล่ะที่ได้ยินเสียงเหล่านั้น
เพราะผมว่าเสียงพวกนั้นมันคงจะมีพลังมากๆ
จนทำให้พวกเขาทนที่จะรับฟังมันไม่ไหว
แต่ว่าพวกเขาก็ยังมีโอกาสได้รับฟังเสียงของคนที่ชื่นชม
ยกย่องสรรเสริญพวกเขาเช่นเดียวกัน..
 
 
และผมก็แค่อยากจะมีโอกาสได้รับฟังเสียงเหล่านั้นบ้าง  
 
แค่เสียงของเศษเงินก็ยังดี
 
 
 
 
ผมก็แค่อยากจะได้ยินเสียงของลมหายใจตัวเอง สักครั้ง